19-21 สิงหาคม 2569
ไบเทค กรุงเทพ

ยุคของหุ่นยนต์อัจฉริยะและระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบในคลังสินค้า

คลังสินค้าอัจฉริยะ หรือคลังสินค้าที่มีการผสานรวมเทคโนโลยีขั้นสูงและระบบการจัดการที่เป็นนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างราบรื่น เพื่อเปลี่ยนกระบวนการภายในให้เป็นดิจิทัลและทำงานอัตโนมัติ ได้กลายมาเป็นจุดหักเหสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ยุคใหม่ โดย Arvato Systems วิเคราะห์ว่าตลาดคลังสินค้าอัจฉริยะจะเติบโตจาก 26.10 พันล้านเหรียญสหรัฐ (2024) เป็น 98.64 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2034 (CAGR 14.22%) และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะเป็นผู้นำการเติบโตนี้ ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้นที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 17.9%

ตัวอย่างของระบบอัตโนมัติที่สำคัญในคลังสินค้าอัจฉริยะ

AGV (Automated Guided Vehicles)

รถนำทางอัตโนมัติ (Automated Guided Vehicle) คือยานพาหนะที่เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ล่วงหน้าผ่านพื้นที่คลังสินค้า ผ่านวิธีการนำทาง เช่น เทปแม่เหล็ก สายไฟ หรือตัวนำแสงที่ติดตั้งโดยตรงลงบนพื้นคลังสินค้า ระบบเหล่านี้สามารถขนส่งวัสดุแบบจุดต่อจุดซ้ำๆ ภายในสภาพแวดล้อมที่มีโครงสร้างชัดเจน จึงมีความสม่ำเสมอและเชื่อถือได้

AMR (Autonomous Mobile Robots)

หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (Autonomous Mobile Robots) คือแนวทางขั้นสูงสำหรับระบบอัตโนมัติในคลังสินค้าที่ขับเคลื่อนแบบไดนามิก โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานใดๆ เพราะหุ่นยนต์จะใช้ระบบเซ็นเซอร์ ระบบ LiDAR ที่ใช้เลเซอร์ และความสามารถในการสร้างแผนด้วย AI เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมโดยรอบแบบเรียลไทม์ในการคำนวณเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางอย่างต่อเนื่อง จึงมอบความยืดหยุ่นในการขนส่งวัสดุในคลังสินค้าได้ดี

Cobots (Collaborative Robots)

หุ่นยนต์ร่วมปฏิบัติงาน (โคบอท) แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร เพราะหุ่นยนต์เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างปลอดภัยในพื้นที่เดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมากในสภาพแวดล้อมแบบผสมผสาน

ระบบสายพานลำเลียงอัจฉริยะ (Smart Conveyor)

ระบบสายพานลำเลียงอัจฉริยะผสานรวมการจัดการวัสดุแบบดั้งเดิมเข้ากับระบบอัตโนมัติอัจฉริยะ เช่น เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ ระบบคัดแยกอัตโนมัติ การควบคุมการเคลื่อนที่ และการเชื่อมต่อกับคลาวด์และการเข้าถึงระยะไกล ซึ่งทั้งหมดนี้ทำงานประสานกันเพื่อให้สายพานลำเลียงอัจฉริยะพร้อมจะตอบสนองการสั่งงานที่ปรับเปลี่ยนได้ และมีการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ดังนั้น นอกจากจะเคลื่อนย้ายสินค้าจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่ง ระบบนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของการลำเลียงสินค้าอีกด้วย

นอกจากตัวอย่างเหล่านี้แล้ว ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีอัตโนมัติที่ใช้ในคลังสินค้าอัจฉริยะ ซึ่งข้อดีของการนำระบบเหล่านี้มาใช้คือการลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากแรงงานคน เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า ลดต้นทุนและเวลาในการดำเนินงาน สร้างเสริมความปลอดภัยในการทำงานให้มากขึ้น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่นำไปสู่ความยั่งยืน

ตามทันทุกเทรนด์น่าสนใจด้านโลจิสติกส์จากบล็อกของเรา และเตรียมพบกับงาน ไทล็อก - โลจิสติกซ์ 2026 ในวันที่ 19-21 สิงหาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา เพื่อไม่พลาดโอกาสเชื่อมต่อกับเครือข่ายการค้าที่จะยกระดับธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จอีกขั้น

Related Articles